<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศผลขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยปี61 พบตกรูด 3 อันดับ ยืนที่ 30 ของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;TMA และสภาพัฒน์ เผยผลการจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันจาก IMD ประจำปี 61 พบ ไทยอันดับตกลงพบสาเหตุการลงทุนภาครัฐเป็นปัญหา มีการขาดดุลงบประมาณสูง


สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือ ทีเอ็มเอ (TMA) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เผยผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศจาก World Competitiveness Center ของ International Institute for Management Development หรือ IMD สวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2561 ซึ่งทำการสำรวจและจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันทั้งหมด 63 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเขตเศรษฐกิจที่มีอันดับสูงสุด 5 อันดับแรกยังเป็นกลุ่มเดิมแต่มีการสลับตำแหน่ง โดยสหรัฐอเมริกาเลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับที่ 1 ตามมาด้วยฮ่องกง สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ และสวิสเซอร์แลนด์

สำหรับเขตเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับ 5 เขตเศรษฐกิจ คือ สิงคโปร์มีอันดับคงที่ที่อันดับ 3 มาเลเซียอันดับขยับดีขึ้นจาก 24 เป็นอันดับที่ 22 และมีอันดับลดลง 3 เขตเศรษฐกิจได้แก่ ไทย ที่มีอันดับลดลงจาก 27 เป็น 30 อินโดนีเซียจากอันดับที่ 42 เป็น 43 และฟิลิปปินส์จากอันดับที่ 41 เป็น 50

เมื่อพิจารณาผลการจัดอันดับของไทย จากผลการจัดอันดับที่แบ่งเป็น 4 ด้านได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจ (Economic Performance) ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) และโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) มีผลการจัดอันดับดีขึ้น 1 ด้าน เท่าเดิม 2 ด้าน และลดลง 1 ด้าน โดยด้านที่ดีขึ้นได้แก่โครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่ด้านสภาวะเศรษฐกิจ (Economic Performance) และประสิทธิภาพของภาคธุรกิจคงเดิม ส่วนด้านประสิทธิภาพของภาครัฐมีอันดับลดลง

&amp;nbsp;นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน TMA (TMA Center for Competitiveness) และ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการจัดการข้อมูลและสื่อสารประชาสัมพันธ์ กพข. กล่าวว่า จากผลการจัดอันดับในปีนี้ถึงแม้อันดับในภาพรวมจะลดลง แต่จะเห็นได้ว่าประเด็นที่เป็นการวางรากฐานในระยะยาวคือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่รัฐบาลพยายามผลักดันอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีอันดับดีขึ้น ในขณะที่การลงทุนโดยรัฐในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Projects) ส่งผลลบต่ออันดับบางด้านในระยะสั้น แต่เชื่อว่าจะมีผลบวกต่อเศรษฐกิจและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ประเด็นที่รัฐบาลยังคงต้องให้ความสำคัญ คือ การพัฒนาทางด้านสังคม การศึกษา และสาธารณสุขเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ

ในขณะที่ นางปัทมา เธียรวิศิษฎ์สกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่าในปีนี้แม้ว่าผลการจัดอันดับในภาพรวมจะลดลงแต่ในองค์ประกอบนั้นมีดีขึ้น 1 ด้าน และสามารถรักษาอันดับไว้ได้ใน 2 ด้านคือด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพภาคเอกชน สำหรับด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) ซึ่งมีอันดับลดลงจาก 22 ในปีที่แล้วเป็น 24 ในปีนี้นั้น เป็นผลมาจากการการใช้จ่ายขาดดุลเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความคืบหน้าชัดเจนมากขึ้นและจะสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ได้มีการเฝ้าระมัดระวังในการรักษาวินัยทางการเงินการคลัง รวมทั้งกำกับดูแลให้การใช้งบประมาณภาครัฐก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่าอยู่อย่างต่อเนื่องแล้วภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลัง สำหรับการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจก็ส่งผลให้อันดับด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ (business legislation) ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของประสิทธิภาพของภาครัฐดีขึ้นถึง 2 อันดับ และรัฐบาลก็มีแนวทางที่จะดำเนินการให้เกิดผลอย่างกว้างขวางมากขึ้นต่อไปจากการปรับกฎระเบียบให้ทันสมัย คล่องตัว และการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลในการให้บริการให้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส ควบคู่ไปกับการเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาปัจจัยที่เป็นพื้นฐานเชิงโครงสร้างในทุกด้าน&amp;rdquo;

&amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ในวันที่ 11 - 12 กรกฎาคม 2561 สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) จะมีการจัดสัมมนา Thailand Competitiveness Conference 2018 ภายใต้หัวข้อ Powering Thailand Competitiveness Through Digital Transformation ที่มุ่งเน้นการปรับตัวของทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี และแนวทางการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือในการให้บริการในภาครัฐและสร้างความสามารถของภาคธุรกิจในการแข่งขันในระดับสากล&amp;rdquo; นายเทวินทร์ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9868</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีดความสามารถในการแข่งขัน, สภาพัฒน์, เทวินทร์  วงศ์วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d2669ec461.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 17:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.ลุยเจรจาโมซัมบิก หวังทำสัญญาซื้อLNG เล็งเป็นดีลเลอร์ส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.ลุยเจรจาโมซัมบิก ทำสัญญาซื้อแอลเอ็นจีแบบยืดหยุ่นปลายทาง ผันตัวเองเป็นดีลเลอร์ส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมปรับประมาณการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบทั้งปีที่ 65-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้มีการหารือกับทางรัฐบาลโมซัมบิกในการเจรจาสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) โดยต้องการให้มีความยืดหยุ่นจากสัญญาเดิมเพิ่มขึ้นในกรณีของประเทศส่งออกปลายทางที่ ปตท. นำเข้ามาและสามารถส่งไปขายในประเทศอื่น ๆ ได้ ในลักษณะเป็นดีลเลอร์ เหมือนกับตลาดน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันต้องติดตามความชัดเจนของรัฐบาลฝ่ายไทย ว่าจะมีการอนุมัติในแนวไหน โดยสัญญาซื้อขายยังตั้งเป้าให้เป็นระยะยาว(ลองเทิร์ม)ระยะเวลา 15-20 ปี ในจำนวน 2.6 ล้านตันต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตลาดแอลเอ็นจีจะเริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล้เคียงกับตลาดน้ำมัน ซึ่งหาก ปตท. สามารถนำเข้าและขายให้กับประเทศอื่นได้ ลูกค้าของเราคือประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา กัมพูช อินโดนีเซีย มาเลเซีย เพราะประเทศเหล่านี้มีความต้องการใช้แอลเอ็นจีมาใช้ผลิตไฟฟ้าในประเทศ ทั้งนี้สัญญาซื้อขายแอลเอ็นจีที่ ปตท. มีอยู่ในปัจจุบันคือ สัญญากับกาต้า 2 ล้านตันต่อปี สัญญากับบริษัท เชลล์ บีพี 2 ล้านตันต่อปี และบริษัท ปิโตรนาส 1.2 ล้านตันต่อปี รวมเป็น 5.2 ล้านตัน&amp;quot;นายเทวินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันบริษัท ยังมีการปรับประมาณการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้ที่ระดับ 65-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากเดิมคาดว่าจะอยู่ระดับ 53-55 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยหลักที่มาจากการเมืองระหว่างประเทศระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน(โอเปค) และการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน(เชลล์ออยล์)ที่มีการผลิตลดลงเนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานในการขนส่งทางท่อที่จำกัดจึงไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ ราคาตลาดโลกจึงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9817</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีลเลอร์, ปตท., ราคาน้ำมัน, เทวินทร์, เทวินทร์  วงศ์วานิช, แอลเอ็นจี, โฒซัมบิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180118/image_big_5a5ffd6e94e32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 17:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> CEOใหม่ปตท&quot;ชาญศิลป์ &quot;ธรรมศาสตร์คนแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
บอร์ด ไฟเขียวตั้ง &amp;quot;ชาญศิลป์ ตรีนุชกร&amp;quot; นั่งซีอีโอ ปตท.คนที่ 9 แทน &amp;nbsp;เทวินทร์ &amp;nbsp;วงศ์วานิช ที่จะหมดวาระ 30 ส.ค.61นี้ ถือเป็นคนแรกที่มาจากธรรมศาสตร์ &amp;nbsp; มีผลตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.นี้เป้นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 61 -นาย ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ บมจ.ปตท &amp;nbsp;เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ปตท. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม ปตท. เป็นผู้ที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. คนต่อไป แทนนาย เทวินทร์ &amp;nbsp;วงศ์วานิช ที่จะหมดวาระในวันที่ 30 สิงหาคม 2561 โดย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. คนใหม่ ซึ่งเป็น ซีอีโอ คนที่ 9 นับตั้งแต่ก่อตั้ง ปตท.มา จะเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายชาญศิลป์ &amp;nbsp;เป็นผู้มีประสบการณ์สูงในการทำงานใน ปตท. &amp;nbsp;มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ตอบสนองแผนกลยุทธ์ของ ปตท. ในเรื่อง Disruptive Technology เพื่อแสวงหาธุรกิจใหม่ของ ปตท. และสามารถขับเคลื่อนธุรกิจของ ปตท. ต่อไป โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะนำนโยบาย CHANGE for Future of Thailand 4.0 เพื่อนำพาให้ ปตท. เป็นองค์กรแห่งความภาคภูมิใจ เน้นความโปร่งใส สู่ความยั่งยืน มีความก้าวหน้าและรุ่งเรืองในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; คณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาคุณสมบัติของนายชาญศิลป์ ตามกฎหมายแล้ว และตามข้อมูลที่ ปตท. ได้รับทราบนั้น นายชาญศิลป์ ไม่ได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีการลงทุนในธุรกิจปาล์มตามที่มีข่าวแต่อย่างไร จึงเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการเป็นกรรมการผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจและบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์&amp;quot;นายปิยสวัสดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร เกิด วันที่ 13 พฤษภาคม 2503&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อายุ 57 ปี ปัจจุบันดไรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม ปตท. จบ ปริญญาตรีเศรษฐศาสตรบัณฑิต &amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp; ปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังได้รับการอบรมจากหลายลักสูตร์ อาทิ หลักสูตร Director Certification Program (DCP 85/2007), Financial Statements for Directors (FSD 12/2011), Director Accreditation Program (DAP 93/2011), Chartered Director Class (CDC 11/2015) &amp;nbsp;สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 1 กรมกิจการพลเรือนทหารบก ,วิทยาลัยการทัพอากาศ (วทอ.) รุ่นที่ 35 ปี 2549,หลักสูตร Senior Executive Program (SEP) รุ่นที่ 20 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,PTT Executive Leadership, General Electric, GE, New York, USA,Advance Senior Executive Program (ASEP-5), รุ่นที่ 5/2553, KELLOGG &amp;amp; SASIN, Chicago, USA,หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารเศรษฐกิจสาธารณะ สำหรับนักบริหารระดับสูง (ปศส.) รุ่นที่ 10 สถาบันพระปกเกล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักสูตร Leadership Excellence through Awareness and Practice (LEAP) สถาบัน INSEAD, France &amp;amp; Singapore,&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักสูตร Leadership Development Program III (LDP 3) รุ่นที่ 1/2557สถาบัน PLLI, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน),หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (ปริญญาบัตร วปอ.) รุ่นที่ 57/2557 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร,สัมมนา Briefing on International Anti-Corruption... International cases and practices, IOD (14 ตุลาคม 2558),หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน (วพน.) รุ่นที่ 7/2558 สถาบันวิทยาการพลังงาน, &amp;nbsp; ศิษย์เก่าดีเด่น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2558 โดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์,ศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2560 โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประสบการณ์การทำงาน นั้นเริ่มทำงานที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปี พ.ศ. 2525 ในตำแหน่ง เศรษฐกร เดือน ตุลาคม 2554 &amp;ndash; กุมภาพันธ์ 2556, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ &amp;nbsp;ปตท. ปฏิบัติงาน Secondment ในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ &amp;nbsp;ใหญ่กลุ่มธุรกิจท่าเรือและบริหารจัดการทรัพย์สิน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือน มีนาคม 2556 &amp;ndash; กันยายน 2557 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ &amp;nbsp;ปตท. ปฏิบัติงาน Secondment ในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายพาณิชยกิจและการตลาด IRPC ,เดือนตุลาคม 2557 &amp;ndash; 30 กันยายน 2558 &amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร ปตท., 1 ตุลาคม 2558 &amp;ndash; 31 ธันวาคม 2558&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;: &amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ปตท.,1 มกราคม 2559 &amp;ndash; 30 กันยายน 2560 &amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.,1 ตุลาคม 2560 &amp;ndash;31 ธันวาคม 2560 ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและบริหารความยั่งยืน&amp;nbsp;ปตท., และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยัง รดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(ปัจจุบัน) &amp;nbsp;, กรรมการ/กรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด &amp;nbsp;(มหาชน), กรรมการ/กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน/กรรมการบริหารความเสี่ยง บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน),ประธานกรรมการ บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5153</URL_LINK>
                <HASHTAG>PTT, ชาญศิลป์, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ซีอีโอ, ตรีนุชกร, ธรรมศาสตร์, บอร์ดปตท., ปตท., เทวินทร์  วงศ์วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab812f7dcd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
